สารพันคำถาม COVID-19

สารพันคำถาม COVID-19

13 ธ.ค. 2563

1,077 view

โดยที่ขณะนี้มีผู้สอบถามเกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทยและเดินทางมาตุรกีเป็นจำนวนมาก สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงได้รวบรวมคำถามที่มีผู้ถามเข้ามาบ่อย ๆ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านที่จะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงนี้ ดังนี้

1. ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ จะสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างไร

2. เอกสารในการกลับประเทศไทย มีอะไรบ้าง

3. สามารถขอใบรับรองแพทย์แบบ fit-to-fly ที่ใดได้บ้าง

4. คนไทยสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวในตุรกีได้หรือไม่ 

5. ข้อกำหนดในการเดินทางเข้าประเทศตุรีในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

6. ชาวต่างชาติกลุ่มใดที่สามารถเดินทางเข้าไทยได้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง 

ขอความกรุณาอ่านข้อมูลด้านล่างนี้ให้ถี่ถ้วน ก่อนจะติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อถามคำถามเพิ่มเติม 

1. ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ จะสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างไร

สำหรับผู้ที่อยู่ต่างประเทศ มีทางเลือกในการเดินทางกลับประเทศ 2 ทางเลือก ได้แก่

(1) เดินทางกลับด้วยเที่ยวบินที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอโควตาในการกลับประเทศไทย โดยในกรณีนี้ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกักตัวเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย เพราะท่านจะเข้ารับการกักตัวในสถานที่ที่รัฐกำหนด (State Quarantine – SQ) โดยท่านจะต้องติดตามประกาศของสถานเอกอัครราชทูตฯ ว่าจะมีการจัดเที่ยวบินเมื่อใด และจะต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับการจัดสรรโควตาโดยต้องได้รับการยืนยันว่าได้รับการจัดสรรโควตาแล้ว จึงจะสามารถซื้อบัตรโดยสารได้

ทั้งนี้ เที่ยวบินที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอโควตา เป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ตกค้างในต่างประเทศ จึงจะต้องพิจารณาจำนวนผู้ที่ตกค้างในต่างประเทศเป็นสำคัญ และไม่สามารถระบุวันของเที่ยวบินได้อย่างชัดเจน โดยท่านจะต้องติดตามประกาศของสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด

(2) เดินทางเองโดยการสำรองที่พักในสถานที่กักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine – ASQ) ในกรณีนี้ท่านจะต้องสำรองโรงแรม ASQ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยท่านสามารถที่จะเลือกเดินทางเมื่อใดก็ได้ แต่ท่านจะต้องขอหนังสือรับรองการเดินทางเข้าราชอาณาจักร (Certificate of Entry – COE) เพื่อนำไปเมื่อเช็คอิน อ่านรายละเอียดการขอหนังสือรับรองฯ ที่นี่

สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอเน้นย้ำว่าเที่ยวบินที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอโควตา เป็นเที่ยวบินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับคนไทยที่ตกค้างในต่างประเทศและได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อาทิ กลุ่มคนทำงานที่ตกงานหรือขาดรายได้ มิได้เป็นเที่ยวบินสำหรับผู้ที่เดินทางออกมาท่องเที่ยวในต่างประเทศและประสงค์จะหาเที่ยวบินกลับประเทศไทย หากท่านเดินทางเข้ามาตุรกีด้วย
ฟรีวีซ่า 30 วัน ท่านจะต้องสำรองที่พักโรงแรม ASQ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง และสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอสงวนสิทธิไม่รับการลงทะเบียนของผู้ที่เดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวในตุรกีเพื่อกลับกับเที่ยวบินที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ขอโควตาไว้

2. เอกสารในการกลับประเทศไทยมีอะไรบ้าง

นโยบายของไทยกำหนดให้คนไทยจะต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้ ไปแสดงก่อนการเช็คอิน/เข้าประเทศไทย

  1. หนังสือรับรองการเดินทางเข้าราชอาณาจักร (Certificate of Entry – COE) โดยสามารถขอผ่านระบบออนไลน์ อ่านรายละเอียดการขอหนังสือรับรองฯ ที่นี่

  2. ใบรับรองแพทย์แบบ Fit-to-Fly เป็นใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าร่างกายสุขภาพแข็งแรง สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินได้ โดยจะต้องออกให้ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง อย่างไรก็ดี ผลการตรวจ COVID-19 ไม่สามารถใช้ทดแทนใบรับรองแพทย์แบบ Fit-to-Fly ได้ หากท่านไม่มีใบรับรองแพทย์แบบ Fit-to-Fly ไปแสดงต่อสายการบิน ท่านอาจถูกปฏิเสธการเช็คอินได้

    ท่านสามารถขอรับใบรับรองแพทย์แบบ Fit-to-Fly ได้ที่สถานพยาบาลที่ท่านสะดวกแห่งใดก็ได้ ตัวอย่างใบรับรองแพทย์แบบ Fit-to-Fly ปรากฎตามด้านล่างนี้ ในกรณีที่สถานพยาบาลไม่มีแบบฟอร์ม Fit-to-fly ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มมาตรฐาน Fit-to-Fly ของสถาบันบำราศนราดูร เพื่อนำไปให้แพทย์เขียนผลวินิจฉัยการตรวจร่างกายพร้อมทั้งลงนามและประทับตราแพทย์/โรงพยาบาล ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม fit-to-fly ที่นี่

    fit-to-fly_form health_certificateตัวอย่าง_fit-to-fly_hospitalist_(2)

3. สามารถขอรับใบรับรองแพทย์แบบ Fit-to-Fly ที่ใดได้บ้าง

ท่านมีทางเลือกในการตรวจร่างกายเพื่อขอรับใบรับรองแพทย์แบบ fit-to-fly ดังนี้

1. ขอรับใบรับรองแพทย์แบบ fit-to-fly จากสถานพยาบาลแห่งใดก็ได้ที่ท่านสะดวก ในกรณีที่สถานพยาบาลไม่มีแบบฟอร์ม Fit-to-fly ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มมาตรฐาน Fit-to-Fly ของสถาบันบำราศนราดูร เพื่อนำไปให้แพทย์เขียนผลวินิจฉัยการตรวจร่างกายพร้อมทั้งลงนามและประทับตราแพทย์/โรงพยาบาล ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม fit-to-fly ของสถาบันบำราศนราดูร ที่นี่

2. Istanbul Airport TRG International Health Services ซึ่งมีความร่วมมือกับ Ozel Hospitalist Hastanesi เพื่อให้ตรวจร่างกายให้กับผู้โดยสารชาวไทย โดยขอให้นัดหมายได้ที่ Mr. Goksel Elmaci (ภาษาอังกฤษ/ภาษาตุรกี) หมายเลข 0532 062 98 83 หรือ 0505 015 87 48 ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน ทั้งนี้ โรงพยาบาลกำหนดให้ตรวจ PCR ก่อน หากผลตรวจเป็นลบ (negative) ก็จะออกใบรับรองแพทย์แบบ fit-to-fly ให้ ค่าบริการตรวจ (PCR และ fit-to-fly) อยู่ที่ 400 ตุรีกีลีรา

ที่ตั้งของโรงพยาบาลและการเดินทางสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.hospitalist.com.tr/ (โปรดเลือกหัวข้อ contact)


3. Ozel Safak Poliklinigi Medical Center อยู่ในสนามบินอิสตันบูล (สนามบินใหม่) ตั้งอยู่ที่ Row R ชั้นผู้โดยสารขาออก ข้างโรงแรม Yotel โดยคลินิกแนะนำให้เดินทางไปตรวจร่างกายและเผื่อเวลาสำหรับผลตรวจร่างกายประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพราะในบางช่วงอาจมีผู้มาขอรับบริการจำนวนมาก อัตราค่าบริการคนละ 400 ตุรกีลีราโดยประมาณ โดยขอให้แจ้งว่าเป็นผู้โดยสารของสถานเอกอัครราชทูตฯ

  91084359_739402253257917_3127049384798191616_n 
                                                                                                      ที่ตั้งของ 
Ozel Safak Poliklinigi Medical Center ในสนามบินอิสตันบูล (สนามบินใหม่)

 
 

4. คนไทยสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวในตุรกีได้หรือไม่

ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการบันทึกจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นสูงถึงวันละ 30,424 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ธ.ค. 2563) และรัฐบาลตุรกีเริ่มกลับมามีมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวด อาทิ การประกาศเคอร์ฟิวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งอาจจะเป็นบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว

นอกจากนี้ การเดินทางกลับประเทศในช่วงเวลานี้มีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง กล่าวคือ หากเดินทางมาท่องเที่ยวเอง ท่านจะต้องสำรองที่พัก ASQ ในการกักตัวเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย โดยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด และจะต้องตรวจร่างการเพื่อขอรับใบรับรองแพทย์แบบ Fit-to-Fly ซึ่งมีสถานพยาบาลในตุรกีส่วนน้อยที่รับตรวจ เนื่องจากต้องสงวนบุคลากรทางการแพทย์สำหรับให้การรักษาผู้ป่วย COVID-19 หรือผู้ป่วยอื่น ๆ ที่มีอาการสาหัส และหากท่านไม่สามารถจัดหาใบรับรองแพทย์ฯ ได้ทัน ท่านก็อาจจะถูกสายการบินปฎิเสธการเช็คอินและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

ในกรณีที่ท่านไม่มีทุนทรัพย์ที่เพียงพอที่จะสำรองที่พักใน ASQ และต้องรอเที่ยวบินที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอโควตา ท่านก็เสี่ยงที่จะประสบกับปัญหา overstay และอาจถูกตำรวจจับอีกทั้งต้องเสียค่าปรับด้วย

ขณะนี้ มีคนไทยจำนวนนับพันคนที่ติดค้างอยู่ในต่างประเทศ ต้องประสบกับความยากลำบากในการดำรงชีวิต บางคนตกงานก็ทำให้ยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก และคนไทยที่ติดค้างในต่างประเทศเฝ้ารอวันที่จะได้กลับบ้าน ดังนั้น หากไม่ได้มีความจำเป็นฉุกเฉินเร่งด่วน จึงขอแนะนำให้ท่านชะลอการเดินทางมาตุรกีหรือเดินทางออกนอกประเทศ ออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะคลี่คลาย

นอกจากนี้ สำหรับท่านที่หวังจะเดินทางเพื่อมาหางานทำในตุรกี เพราะคำชักชวนของผู้อื่นว่า มีโอกาสได้งานทำที่มีผลตอบแทนสูง ในความเป็นจริงอาจจะไม่เช่นนั้น เพราะปัจจุบันแหล่งธุรกิจ/แหล่งท่องเที่ยวของตุรกียังอยู่ในสภาวะซบเชา และส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการ โดยมีคนไทยในตุรกีจำนวนมากที่ตกงานเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และต้องการหาทางกลับบ้าน

ดังนั้น โปรดอย่าหลงเชื่อคำชักชวนเหล่านี้ เพราะท่านอาจจะผิดหวังและถูกลอยแพในตุรกีจากนายจ้าง/นายหน้าที่บอกว่าจะพาท่านมาทำงาน



5. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเดินทางเข้าประเทศตุรกีในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 

กระทรวงสาธารณสุขตุรกีได้ประกาศมาตรการใหม่สำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในตุรกีทีมีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปจะต้องแสดงผลตรวจ PCR Test ที่ระบุว่าไม่ติดเชื้อ COVID-19 (ผลระบุว่า negative) ที่ออกให้ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนที่จะเดินทางมายังตุรกี หากผู้โดยสารไม่มีผล PCR Test ไปแสดง ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เช็คอิน

มาตรการนี้จะเริ่มใช้ตั้งแต่ (1) วันที่ 28 ธันวาคม 2563 สำหรับผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศที่เดินทางทางอากาศ และ (2) วันที่ 30 ธันวาคม 2563 สำหรับผู้โดยสารขาเข้าทางบก และทางน้ำ โดยจะมีผลถึงวันที่ 1 มีนาคม 2564


6. ชาวต่างชาติกลุ่มใดที่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ขณะนี้รัฐบาลไทยได้ผ่อนคลายมาตรการในการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยอนุญาติให้ชาวต่างชาติบางกลุ่มเดินทางเข้าประเทศได้ โดยนอกจากจะต้องมีวีซ่าในการเข้าประเทศแล้ว ชาวต่างชาติทุกคนจะต้องขอรับ Certificate of Entry (COE) ก่อนที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยด้วย (รายละเอียดการขอวีซ่าดูที่นี่/ รายละเอียดการขอ COE ดูที่นี่)

 

 


required_document_list_for_foreigners_permitted_to_enter_thailand-page-001

 

required_document_list_for_foreigners_permitted_to_enter_thailand-page-002

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุญาตให้ประเทศในกลุ่ม ผ. 30 ที่ได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา อยู่ในประเทศไทยได้นานกว่าเดิมถึง 45 วัน (จากเดิมที่อยู่ได้ 30 วัน) โดยตุรกีเป็นประเทศที่อยู่ใน ผ. 30 ด้วย ตลอดจนกลุ่มประเทศที่มีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกันก็สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้แล้วเช่นกัน

THA_Visa_Excemption_Scheme_as_of_May_2019